เริ่มจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่ร้านขายยาเพื่อลดความแออัด

จ.อุบลฯเริ่มดำเนินการตาม แนวทางการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยที่ร้านขายยาเพื่อลดความแออัด

นายแพทย์สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการลดความแออัดในโรงพยาบาลด้วยร้านยาแผนปัจจุบัน โดยให้ผู้ป่วยมารับยาที่ร้านขายยาแผนปัจจุบันประเภทที่ 1 ใกล้บ้าน

 

 

 

นายแพทย์สุวิทย์ โรจนศักดิ์โสธร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายลดความแออัดของโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เพิ่มความสะดวกบริการประชาชน ให้ร้านยาเครือข่ายที่เข้าร่วมโครงการจ่ายยาให้ผู้ป่วยใกล้บ้าน ลดการเดินทาง รวมทั้งผู้ป่วยจะได้ยามีคุณภาพมาตรฐาน ปลอดภัย ไม่ต้องรอนาน ได้รับคำแนะนำการใช้ยาอย่างเหมาะสมตามใบสั่งแพทย์โดยเภสัชกร ซึ่งเริ่มดำเนินการ 1 ตุลาคม 2562 โดยแนวทางการดำเนินงานคือให้ผู้ป่วยนำใบสั่งยารับยาที่ร้านยาแผนปัจจุบัน (ข.ย.1) ที่ได้มาตรฐาน GPP ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีการพัฒนาระบบบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีสภาวิชาชีพเป็นผู้กำกับคุณภาพบริการร้านยา ซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา และลดการครอบครองยาเกินความจำเป็น โดยร้านยาจะต้องจ่ายยาตามใบสั่งและคำแนะนำจากแพทย์ พร้อมให้เภสัชกรติดตามผลการรักษา เช่น ความดัน หรือ ระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วย เป็นต้น

 

 

หากพบผู้ป่วยมีความเสี่ยงให้ส่งตัวมาโรงพยาบาล พร้อมกับรายงานข้อมูลการเข้ารับยาของผู้ป่วยตามระบบของโรงพยาบาล โดยเบื้องต้นจะเน้นใน4 กลุ่มโรคได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคทางจิตเวช และหอบหืดโดยในระยะแรก จังหวัดอุบลราชธานีจะดำเนินการพัฒนาระบบบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และจะเริ่มในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ มีร้านขายยาร่วมเป็นเครือข่ายบริการจำนวน 5 แห่ง ได้แก่ชัยวิตร์เภสัช, สุดารัตน์เภสัช ,เสน่ห์เภสัช, มิสเตอร์เภสัชทั้ง 2 สาขาได้แก่มิสเตอร์เภสัชสาขาชยางกูรและมิสเตอร์เภสัชสาขาอุบล-ตระการฯซึ่งจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้ยา และลดการครอบครองยาเกินความจำเป็นสำหรับเงื่อนไขการรับยาต้องเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ป่วยที่จะรับยาที่ร้านยาใกล้บ้าน หรือใกล้ที่ทำงาน ซึ่งเป็นร้านยาที่ผ่านมาตรฐาน GPP และมีเภสัชกรปฏิบัติงานตลอดไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมงโดยจะได้รับยาชนิดเดียวกับที่ได้รับจากโรงพยาบาลเดิมที่รับยาอยู่ ผู้ป่วยไม่ต้องเสียค่าบริการใดๆ เพิ่มขึ้นและได้รับความปลอดภัยในการใช้ยา ตลอดจนได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง

 

นายแพทย์สุวิทย์ กล่าวเพิ่มเติม ผู้ป่วยสามารถรับยาตามใบสั่งแพทย์ที่ร้านยาเครือข่ายใกล้บ้าน        ที่เข้าร่วมโครงการ ภายหลังจากที่ได้รับการตรวจรักษาจากแพทย์ที่โรงพยาบาลแล้ว ซึ่งรูปแบบการบริหารจัดการแบ่งเป็น 3 ทางเลือก คือ 1. คือโรงพยาบาลเป็นผู้จัดยารายบุคคลและส่งยาไปที่ร้านยาเครือข่ายในโครงการเพื่อจ่ายยาให้กับผู้ป่วย 2. โรงพยาบาลนำยาไปสำรองไว้ที่ร้านยาเครือข่ายในโครงการ ให้เภสัชกรร้านยาเป็นผู้จัดยาตามใบสั่งแพทย์ เสมือนเป็นห้องจ่ายยาย่อยของโรงพยาบาล และ 3. ให้ร้านยาเป็นผู้จัดซื้อยาและสำรองยาในการจ่ายยาให้กับผู้ป่วยเอง โดยโรงพยาบาลเป็นผู้ตามจ่ายค่ายา สำหรับในส่วนของค่าบริหารจัดการยาไปยังร้านยานั้น มีการพัฒนาระบบบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และมีสภาวิชาชีพเป็นผู้กำกับคุณภาพบริการร้านยา โดยมีสำนักงานหลักประกันสุขภาพ หรือ สปสช.เป็นหน่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการเฉพาะ เพื่อไม่ให้เกิดภาระกับโรงพยาบาลและร้านยาที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดนี้ทุกฝ่ายร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อ จุดหมายร่วมกัน คือ ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่เหมาะสม ปลอดภัย รวดเร็ว

 

 

Facebook Comments